คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวกีฬา

UFABETWIN วิเคราะห์ระบบโครงสร้าง : ทำไมเอเชียจึงผูกขาดโควตาฟุตบอลโลกเพียง 5 ชาติ

การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด โดยได้ 4 ทีมที่คว้าโควตาสู่รอบสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์เป็นที่เรียบร้อย ได้แก่ อิหร่าน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และซาอุดีอาระเบีย โดยยังเหลืออีกหนึ่งโควตาให้ตัวแทนจากเอเชียไปตัดสินกับตัวแทนจากอเมริกาใต้ในรอบเพลย์ออฟ

นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทีมจากเอเชียได้โควตาไปฟุตบอลโลกด้วยจำนวนจำกัดมากที่สุด 5 ทีม เพราะนับจากฟุตบอลโลก 2026 เป็นต้นไป เอเชียจะได้เพิ่มโควตาเป็น 8 ทีม ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้อีกหลายประเทศได้สัมผัสคำว่า ฟุตบอลโลก เสียที

ถือโอกาสนี้มาวิเคราะห์โครงสร้างของการแข่งขันฟุตบอลโลก เหตุใดทวีปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เอเชีย จึงได้โควตาลงเล่นในฟุตบอลโลกไม่เกิน 5 ทีมมาอย่างยาวนานนับ 20 ปี

เหมาะสมกับผลงานบนเวทีฟุตบอลโลก

เหตุผลแรกที่ทำให้ชาติจากทวีปเอเชียได้โควตาลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายผ่านระบบการแข่งขันรอบคัดเลือกเพียง 5 ชาติ คือความสำเร็จของประเทศในเอเชียบนเวทีฟุตบอลโลกที่ยังจับต้องเป็นรูปธรรมไม่ได้จนถึงปัจจุบัน

ย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของการแข่งขันฟุตบอลโลก มีเพียงทีมจาก 2 ทวีปเท่านั้นที่ก้าวไปคว้าตำแหน่งแชมป์มาครองได้สำเร็จ นั่นคือ ยุโรป และ อเมริกาใต้ ทั้งสองต่างถือเป็นมหาอำนาจในวงการลูกหนังโลกมาตั้งแต่ก่อนยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทเจ้าภาพหรือตำแหน่งแชมป์โลก

ด้วยเหตุนี้เมื่อมีการปรับเปลี่ยนโควตารอบคัดเลือกฟุตบอลโลกครั้งใหญ่ นั่นคือก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 1998 ที่มีการเพิ่มจำนวนชาติในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็น 32 ทีม ทวีปยุโรปจึงได้รับโควตาไปมากที่สุด 14 ทีม (ไม่รวมเจ้าภาพ ฝรั่งเศส) ซึ่งถือเป็นจำนวนที่เหมาะสม เนื่องจากขณะนั้นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมีจำนวนทีมเข้าแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม โควตาฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจึงจำเป็นต้องปรับให้มีความใกล้เคียงกับฟุตบอลยูโร

ส่วนทวีปอเมริกาใต้ได้รับโควตาไปทั้งหมด 5 ทีม ซึ่งมองผ่าน ๆ อาจไม่ใช่จำนวนที่เยอะมากนัก แต่เมื่อเปรียบเทียบโควตาที่โซนอเมริกาใต้กับชาติทั้งหมดที่มีสิทธิลงแข่งขันรอบคัดเลือกในโซนดังกล่าวจะพบว่าอเมริกาใต้คือโซนที่ได้สัดส่วนทีมเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมากที่สุด

เนื่องจากทวีปอเมริกาใต้มีทีมชาติที่ลงแข่งขันในรอบคัดเลือกเพียงแค่ 10 ทีม หมายความว่าทวีปอเมริกาใต้มีโอกาสส่งชาติตัวแทนไปฟุตบอลโลกด้วยสัดส่วน 50 เปอร์เซ็นต์จากโควตา 5 ทีม ซึ่งเมื่อเทียบกับทางฝั่งยุโรปแล้วอเมริกาใต้อาจเป็นโซนที่สามารถเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้มากที่สุด เพราะถึงยุโรปจะได้โควตามากที่สุดด้วยจำนวน 13 ทีมแต่มีชาติสมาชิกเข้าชิงชัยมากถึง 55 ประเทศ

เห็นได้ชัดว่า ยุโรป และ อเมริกาใต้ คือภูมิภาคที่ได้รับสิทธิพิเศษในการจัดสรรโควตาการผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอย่างทั่วถึง ทั้งนี้เป็นเพราะผลงานของทั้งสองทวีปเป็นตัวชูโรงในการแข่งขันฟุตบอลโลกเสมอมา ดังนั้นแล้วพื้นที่ 32 ทีมในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจึงคำนึงถึงโควตาที่ยุโรปและอเมริกาใต้ควรจะได้รับ ก่อนจะนำโควตาที่เหลือมาจัดแบ่งให้กับทวีปอื่น

สำหรับโควตา 3.5 ทีม หรือโอกาสเข้ารอบสุดท้ายมากที่สุด 4 ทีม ที่ทวีปเอเชียได้รับในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1998 จึงถือว่าค่อนข้างสมเหตุสมผลกับผลงานของชาติเอเชียในเวทีฟุตบอลโลกขณะนั้น โดยผลงานของทีมจากเอเชียที่น่าสนใจก่อนฟุตบอลโลก 1998 ได้แก่

 

UFABETWIN

 

การเข้าสู่รอบสุดท้ายของ ดัตช์ อีสต์ อินดีส (อินโดนีเซียในปัจจุบัน) เมื่อปี 1938 ก่อนจะแพ้ ฮังการี ไป 0-6 จนตกรอบแรกไป, ผลงานช็อกโลกของ เกาหลีเหนือ เมื่อปี 1966 จากชัยชนะเหนือ อิตาลี 1-0 จนผ่านเข้าสู่รอบสองของการแข่งขัน และความสำเร็จของ ซาอุดีอาระเบีย ที่เอาชนะ โมร็อกโก และ เบลเยียม ในรอบแบ่งกลุ่ม จนสามารถผ่านเข้าสู่รอบสองฟุตบอลโลก 1994 ได้สำเร็จ

เมื่อมองไปยังผลงานภาพรวมทั้งหมด ทีมจากเอเชียสามารถคว้าชัยชนะในฟุตบอลโลกไปเพียง 3 แมตช์เท่านั้น ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 1998 การเพิ่มโควตาเป็นสองเท่าจาก 2 ทีมสู่ 4 ทีมในการแข่งขันครั้งดังกล่าวจึงถือเป็นการเพิ่มโควตาที่สมเหตุสมผลแล้วกับทวีปเอเชีย

ยิ่งเมื่อเทียบกับโควตาของโซนอื่นที่มีผลงานใกล้เคียงกับทวีปเอเชียอย่างแอฟริกาที่ได้โควตา 5 ชาติ หรือโซนคอนคาเคฟที่ได้เพียง 3 ชาติ จะพบว่าจำนวนทีมที่สามารถผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของชาติเอเชียสอดคล้องไปตามผลงานที่ปรากฏบนเวทีฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้

 

เมื่อทีมจากทวีปเอเชียผลงานดีขึ้นในฟุตบอลโลกโควตาในการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เห็นได้ชัดจากผลงานอันน่าประทับใจของ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 โดยเกาหลีใต้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการก้าวไปคว้าอันดับ 4 ของการแข่งขัน ส่วนญี่ปุ่นสามารถผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ผลงานตรงนี้ส่งผลให้โควตาของชาติเอเชียในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถูกปรับเป็น 4.5 ทีม หรือโอกาสเข้ารอบสุดท้ายมากที่สุด 5 ทีมอย่างเป็นทางการในศึกฟุตบอลโลก 2006 แม้จะมีการเพิ่มออสเตรเลียเข้ามาในโซนเอเชีย

แต่การเพิ่มจำนวนทีมตรงนี้ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของชาติเอเชียในการพิสูจน์คุณภาพของกีฬาฟุตบอลบนเวทีโลก เนื่องจากมีเพียงสองโซนเท่านั้นที่ได้รับโควตาเพิ่มขึ้นนับจากฟุตบอลโลก 1998 คือ เอเชีย และ คอนคาเคฟ ที่ปรับจาก 3 ทีม เป็น 3.5 ทีม ในศึกฟุตบอลโลก 2006 เช่นเดียวกัน

นับจากวันนั้นชาติจากเอเชียต้องเผชิญความท้าทายมากมายบนเวทีฟุตบอลโลก ซึ่งมีหลายครั้งที่ผลลัพธ์เป็นความล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นความพ่ายแพ้ของ เกาหลีเหนือ ต่อ โปรตุเกส 0-7 ในศึกฟุตบอลโลก 2010 หรือการเป็นทวีปเดียวในฟุตบอลโลก 2014 ที่ไม่มีทีมที่อยู่ใน 40 อันดับแรกของโลกอยู่เลย

ประเด็นเหล่านี้นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ต่อโควตาที่ทวีปเอเชียได้รับว่าสอดคล้องกับคุณภาพของชาติในภูมิภาคหรือไม่ แต่สุดท้ายชาติเอเชียได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา จากความสำเร็จในการพา 5 ประเทศเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2018 ได้แก่ อิหร่าน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ซาอุดีอาระเบีย และ ออสเตรเลีย

เมื่อบวกกับโอกาสประจวบเหมาะที่ กาตาร์ ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 ผลงานอันโดดเด่นในฟุตบอลโลกครั้งก่อนจึงมีส่วนช่วยให้โซนเอเชียสามารถรักษาโควตา 4.5 ทีมเอาไว้ได้ แตกต่างจากฟุตบอลโลก 2002 ที่ทวีปเอเชียถูกลดโควตาลงเหลือ 2.5 ทีม เนื่องจากแบ่งโควตาอัตโนมัติให้เจ้าภาพอย่าง ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้

ฟุตบอลโลก 2022 จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นชาติเอเชียเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 6 ทีมเป็นครั้งแรก เนื่องจากมีโควตาทั้งหมด 5.5 ทีม โดยโควตาที่ได้เพิ่มเติมนี้ยังเป็นการแย่งมาจากโซนยุโรปที่จะเหลือทีมเข้ารอบสุดท้ายเพียง 13 ทีมเป็นครั้งแรก นี่จึงถือเป็นพัฒนาการครั้งใหญ่และสัญญาณอันดีของวงการฟุตบอลในเอเชียอย่างแท้จริง

เหมาะสมกับคุณภาพของชาติในภูมิภาค

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โควตาฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 5 ชาติเพียงพอกับประเทศในทวีปเอเชียปัจจุบันคือ การแข่งขันรอบคัดเลือกในทวีปเอง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะคัดแต่ทีมที่มีศักยภาพพร้อมลงเล่นฟุตบอลโลก เพื่อเผชิญหน้ากับยอดทีมในทวีปอื่นด้วยปริมาณที่เหมาะสม

ทีมจากเอเชียจำเป็นต้องยอมรับก่อนว่าแม้ผลงานภาพรวมของภูมิภาคจะมีความพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่คุณภาพของทีมฟุตบอลในประเทศส่วนใหญ่ยังตามหลังอีกหลายภูมิภาคทั่วโลก การพัฒนาวงการฟุตบอลในหลายชาติยังขาดความต่อเนื่อง เห็นได้ชัดจากแทคติกของหลายชาติที่ยังคงเดินตามหลังเทรนด์ทั่วโลก

การพัฒนาฟุตบอลในโลกปัจจุบันย่อมต้องให้ความสำคัญกับพื้นฐานของการเล่นฟุตบอลด้วยทักษะ เน้นการครองบอลเป็นสำคัญ และเข้าใจการเคลื่อนที่เพื่อควบคุมพื้นที่อย่างดุดัน ซึ่งการวางพื้นฐานในลักษณะนี้จะต้องเริ่มตั้งแต่ระดับเยาวชนเหมือนกับที่ญี่ปุ่นวางรากฐานนี้ไว้จนผลิดอกออกผลเป็นนักเตะคุณภาพในปัจจุบัน

น่าเสียดายที่หลายชาติในเอเชียปฏิเสธจะวางแนวทางเพื่อหวังผลระยะยาวแบบญี่ปุ่น การเลือกเฮดโค้ชเพื่อเข้ามารับงานในทีมชาติแบบสุ่มดวงจะทำให้ขาดความต่อเนื่องทางแทคติก และสิ่งนี้ยังเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทวีปเอเชีย โดยเห็นได้ชัดจากทีมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เมื่อเชื่อมโยงโค้ชคนก่อนกับคนปัจจุบันจะมองไม่เห็นพัฒนาการอย่างเป็นรูปธรรม แทคติกที่ใช้เป็นไปตามโค้ชแต่ละคน ซึ่งจะได้ผลหรือไม่ก็แล้วแต่โชคชะตาว่าสุ่มดวงเข้าเป้าหรือไม่

 

UFABETWIN

 

สิ่งนี้คือการมองเพียงผลลัพธ์ระยะสั้นที่บางครั้งเป็นแค่การเลือกโค้ชเพื่อจะประสบความสำเร็จในฟุตบอลระดับภูมิภาค เช่น ฟุตบอลซูซูกิ คัพ ส่งผลให้หลายชาติในเอเชียมีคุณภาพฟุตบอลที่ย่ำอยู่กับที่ เนื่องจากไม่มีการพัฒนาทักษะนักเตะอย่างถูกต้อง ส่วนชาติที่ติดเครื่องไปแล้วก็จะเดินหน้าเพื่อยึดยอดสูงสุดของวงการฟุตบอลเอเชียไปเรื่อย ๆ

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2022 โซนเอเชีย ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ 4 ชาติที่สามารถผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2018 ต่างพากันจองตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายที่กาตาร์กันอย่างครบครัน ได้แก่ อิหร่าน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และ ซาอุดีอาระเบีย โดยทั้งหมดต่างคว้าโควตานี้ได้ก่อนการแข่งขันจะสิ้นสุดลงหนึ่งนัด แสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่ห่างชั้นกับทีมอื่นในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี

ในทางกลับกันหลายชาติที่ผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบสาม โซนเอเชีย ยังทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ลงเล่น 9 นัดเก็บได้เพียง 9 แต้ม ทั้งที่เป็นเต็งสามของกลุ่ม A หรือมหาอำนาจอย่าง จีน ที่เค้นฟอร์มไม่ออกที่แพ้แม้กระทั่ง เวียดนาม ในการแข่งขันกลุ่ม B

เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าทีมที่มีคุณภาพมากพอและเหมาะสมจะลงเล่นในฟุตบอลโลกของโซนเอเชียมีเพียง 5 ทีมเท่านั้น ซึ่งยังคงเป็น 5 ทีมที่สามารถผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2018 นั่นคือ อิหร่าน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ซาอุดีอาระเบีย และ ออสเตรเลีย ส่วนชาติอื่นในโซนเอเชียยังคงฟอร์มไม่สม่ำเสมอและเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้

แม้การพัฒนาของหลายภูมิภาคในทวีปเอเชียจะเป็นไปอย่างน่าจับตา เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถส่งตัวแทนเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบสามได้แล้วหลายครั้ง หรือภูมิภาคเอเชียกลางที่พัฒนาอย่างน่าจับตา แต่ก็ต้องยอมรับว่าถึงจะมีการพัฒนามากขนาดนี้ทีมจากอาเซียนและเอเชียกลางยังไม่ใกล้เคียงกับคุณภาพของทีมจากตะวันออกกลาง ซึ่งหลายชาติจากตะวันออกกลางก็ยังคงมีคุณภาพห่างไกลทีมระดับฟุตบอลโลก

นี่จึงเป็นคำถามที่น่าสนใจว่า เมื่อฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมีการเพิ่มจำนวนทีมจาก 32 เป็น 48 ทีมสำหรับการแข่งขันอีกสี่ปีข้างหน้า ชาติจากเอเชียซึ่งจะได้เพิ่มโควตาจาก 4.5 ทีมเป็น 8 ทีม จะสามารถพัฒนาคุณภาพให้ทัดเทียมกับการแข่งขันฟุตบอลโลกได้หรือไม่

เพราะต้องยอมรับว่าการถูกถล่มแบบยับเยิน เช่น ซาอุดีอาระเบีย ที่พ่ายต่อ เยอรมัน 0-8 ในฟุตบอลโลก 2002 หรือความพ่ายแพ้ของ เกาหลีเหนือ ต่อ โปรตุเกส 0-7 ในฟุตบอลโลก 2010 ได้เลือนหายไปจากฟุตบอลโลกค่อนข้างนานแล้ว ซึ่งคงไม่มีใครอย่ากเห็นความยับเยินแบบนี้กลับมาอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2026

โควตา 5 ทีมในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ทวีปเอเชียได้รับในปัจจุบันจึงมีความเหมาะสมทุกประการ แต่จำนวนทีมที่กำลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 ชาติในฟุตบอลโลกครั้งหน้าจะเป็นบททดสอบของวงการฟุตบอลเอเชียอีกครั้งว่าจะสามารถเดินตามการขยายตัวของวงการฟุตบอลโลกได้ทันหรือไม่ ท่ามกลางโอกาสครั้งใหญ่ที่กำลังจะถูกหยิบยื่นให้ในฟุตบอลโลกครั้งถัดไป

UFABETWIN

UFABETWIN การโต้เถียงช่วงทดเวลาเจ็บของยูเวนตุสปิดบังปัญหาที่ใหญ่กว่าและยาวนานขึ้น

UFABETWIN การโต้เถียงช่วงทดเวลาเจ็บของยูเวนตุสปิดบังปัญหาที่ใหญ่กว่าและยาวนานขึ้น

UFABETWIN การโต้เถียงในช่วงทดเวลาเจ็บทำให้ยูเวนตุสเอาชนะซาเลร์นิตาน่าได้ แต่การโฟกัสที่แคบไปที่ปัญหาหน้ากากแบบเสแสร้งเหล่านั้นกลับย้อนไปถึงฤดูกาลที่แล้วในยุคของวิดีโอที่แพร่ระบาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ฉากจบการแข่งขันกัลโช่เซเรียอา

ระหว่างยูเวนตุสและซาเลอร์นิตาน่าจะฉายไปทั่วโลก เมื่อเวลาผ่านไป 90 นาทีที่อลิอันซ์ อารีน่า ยูเวนตุสตามหลัง 2-1 และเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้ในลีกนัดแรกของฤดูกาลในนาทีที่ 93 พวกเขาได้รับเส้นชีวิตเมื่อได้จุดโทษ ลีโอนาร์โด โบนุชชีก้าวขึ้นไปรับและทำประตู

ในความพยายามครั้งที่สองหลังจากเซฟลูกแรกของเขาได้ และอีกสองนาทีต่อมาดูเหมือนว่าพวกเขาจะคว้าชัยชนะที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เมื่ออาร์คาดิอุ สซ์ มิลิ กทำตาข่ายอีกครั้งด้วยการโหม่งลูกโหม่ง

แต่ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยวิดีโอก้าวเข้ามา ซึ่งได้รับใบเหลืองอยู่แล้ว ถูกไล่ออกจากสนามเพราะถอดเสื้อของเขา และเมื่อเกมเริ่มอีกครั้ง ทุกอย่างก็หยุดลงในขณะที่ทบทวนเป้าหมาย ในที่สุด

ก็ตัดสินใจได้ว่าโบนุชชีล้ำหน้าในขณะที่เขาพยายามจับลูกบอลผ่านผู้รักษาประตู และไม่อนุญาตถึงเวลานี้ นรกทั้งหมดก็พังทลายลง ต่างก็ถูกใบแดงในขณะที่ผู้จัดการ ก็ถูกไล่ออกเช่นกัน

UFABETWIN

การแข่งขันจบลงด้วยผลเสมอ 2-2

โดยฝ่ายเจ้าบ้านส่งเสียงครวญครางจากการแทรกแซงของผู้ช่วยวิดีโอแต่ความสนใจที่มุ่งไปที่ข้อบกพร่องของ ในการแข่งขันครั้งนี้จะบอกเพียงส่วนหนึ่ง

ของเรื่องราวที่กว้างขึ้นเท่านั้น ผลลัพธ์นี้ทำให้ยูเวนตุสอยู่อันดับที่แปดในตารางเซเรีย อา โดยตามหลังจ่าฝูงไปแล้วสี่แต้ม และถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังเป็นหนึ่งในสี่ทีมที่ไม่แพ้ใครในลีกฤดูกาลนี้

(รองจากนาโปลี, อตาลันต้า และมิลาน) สถิตินั้นค่อนข้างถูกบ่อนทำลายโดยข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาชนะแค่สองเกมในลีก เสมออีกสี่เกมนอกจากนี้ แคมเปญแชมเปียนส์ลีกของพวกเขา

ไม่ได้เริ่มต้นในรูปแบบความคิดด้วย โดยการแข่งขันกลุ่มแรกของพวกเขาจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อ 2-1 ซึ่งพวกเขาตามหลังจุดกึ่งกลางในครึ่งแรกไป 2 ประตู ด้วยสี่แมตช์ที่พบกับเบนฟิก้าและมัคคาบี้

ไฮฟา พวกเขาอาจพิจารณาแพ้ เป็นการสูญเสียที่ยอมรับได้ แต่นี่ก็ยังเป็นผลที่ทำให้พวกเขาต้องเล่นตามในกลุ่มของพวกเขา ความล้มเหลวในการเอาชนะเบนฟิก้าที่บ้านในนัดต่อไปของพวกเขา

จะทำให้โอกาส ในการผ่านเข้ารอบ น็อกเอาต์แรกของ การแข่งขันดูสั่นคลอนอย่างแน่นอน บทสรุปอันน่าทึ่ง ของการแข่งขัน บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ยูเวนตุสตาม หลังไปแล้วสอง ประตูจากคู่แข่ง ในระดับปานกลาง

ก่อนที่จะดึงกลับ เข้าสู่เกมในตอนแรก เมื่อประตูของ ถูกไล่ออก พวกเขาจำเป็นต้องได้จุดโทษ ในช่วงทด เวลาบาดเจ็บเพื่อกลับไปสู่ความเท่าเทียมกันการดูละคร เรื่องนี้เผยออกมา เป็นเรื่องยาก UFABETWIN

ที่จะไม่ไตร่ตรอง ถึงความจริงที่ว่า ยูเวนตุส พบว่าตัวเองต้อง พึ่งพานาทีพิเศษเหล่านั้น ตั้งแต่แรก ด้วยความเสี่ยงที่เสียง จะดูถูกคู่ต่อสู้ของพวกเขา ยูเวนตุส ซึ่งเป็นหนึ่ง ในตัวรุกหลักที่อยู่เบื้อง หลังการล่มสลาย ของซูเปอร์ลีกยุโรปที่กำลังดำเนิน อยู่นั้นไม่ควรจะตบ กลางตาราง

เซเรียอาอย่างสบายใจ ใช่หรือไม่ชัยชนะ ในลีกครั้งเดียว

ของพวกเขามา จากสเปเซีย อีกทีมหนึ่งที่คาดว่า จะต้องดิ้นรน ในฤดูกาลนี้ โดยเสมอกับ ซามพ์โดเรีย, โรม่า และฟิออเรนติน่า เหนือกว่าผลการแข่งขันซาแลร์นิตาน่า เห็นได้ชัดว่า ยังเร็วเกินไปที่จะปิดฤดูกาล

ส่วนใหญ่ยังคงคาดหวังว่า พวกเขาจะจบท็อปโฟร์ เป็นอย่างน้อย และผ่านเข้ารอบสำหรับ แชมเปี้ยนส์ลีกปีหน้า แต่เห็นได้ชัดว่า การเริ่มต้นช้าเป็นเรื่องที่น่ากังวลทั้งหมดนี้ ทำให้เกิดความร้อนแรง ขึ้นภายใต้

หัวหน้าโค้ช อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้ชาวอิตาลีเป็นเวลาสองปี ในการสะกดครั้งที่สองของเขา กับยูเวนตุส ครั้งแรก ของเขาจบลงด้วย เปอร์เซ็นต์การชนะสูงสุดของโค้ช คนใดในประวัติศาสตร์ ของสโมสร

และแชมป์เซเรีย อา 5 สมัยติดต่อกัน (จากทั้งหมด 9 สมัย) แต่การกลับมาของเขาล้มเหลวในการเข้าใกล้ความสูงเหล่านั้นฤดูกาลที่แล้ว ยูเวนตุส รั้งอันดับที่ 4 และตำแหน่งแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ที่สำคัญทั้งหมดนั้น

แต่เรื่องราวของฤดูกาลของพวกเขาอาจแสดงให้เห็นได้ดีที่สุดจากข้อเท็จจริงที่ว่าขณะที่พวกเขาทำแต้มเหนือจุดต่ำสุดของฟุตบอลยุโรปได้ 8 แต้ม – ฟิออเรนติน่าที่อยู่ในอันดับที่เจ็ด คว้าตำแหน่งยูโร

ปาคอนเฟอเรนซ์ลีก – พวกเขาเสร็จ 16 แต้มหลังแชมป์มิลานกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ยูเวนตุส ฤดูกาลที่แล้วใกล้เคียงกับตำแหน่งกองกลางมากกว่าท็อป และมีสัญญาณไม่กี่สัญญาณในฤดูกาลนี้ที่บ่งชี้

ว่าพวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่จะปิดช่องว่างนั้นได้ และในขณะที่คุณสมบัติของแชมเปี้ยนส์ลีกมีความสำคัญต่อสวัสดิภาพทางการเงินของพวกเขา ดูเหมือนชัดเจนว่าอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้สโมสรมีฐานะทางการเงินได้มีรายงานเมื่อสิ้นปี 2564 ว่ายูเวนตุสสูญเสียเกือบ 210 ล้านยูโร

UFABETWIN

ระหว่างแคมเปญ 2020/21 และการสูญเสียทางการเงิน

สำหรับฤดูกาลที่แล้วไม่คาดว่าจะดีขึ้น แม้จะจัดการเพื่อเอาน้ำหนักที่ตายจากค่าจ้างของคริสเตียโน โรนัลโดออกจากบัญชีได้ บัญชีแยกประเภท ฤดูร้อนนี้นำการกลับมาของ หลังจากช่วงเวลาที่ไม่มีความสุข

ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่เขาเป็นหัวข้อข่าวซุบซิบที่แปลกประหลาดที่สุดของฤดูกาลนี้แล้วและจะไม่เล่นให้กับพวกเขาจนถึงมกราคมต่อไปหลังจากได้รับบาดเจ็บที่เข่าในช่วงพรีซีซั่น ซึ่งทำให้เขาต้องเข้า

รับการผ่าตัดสิ่งนี้ไม่ถือเป็นวิกฤตสำหรับหญิงชรา แต่สัญญาณเตือนกำลังเริ่มก่อตัว มิลานได้รับการฟื้นฟู ในขณะที่สัญญาณเริ่มต้นในฤดูกาลนี้คือ อูดิเนเซ่ และอตาลันต้า สองสโมสรที่ลื่นล้มบ้างเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

อาจจะอยู่เบื้องหลังพวกเขา การรวมกันของความโชคร้ายและการซุบซิบนินทารอบ ๆ เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจและไม่น่าแปลกใจเลยแต่ที่รากของมันคือช่องว่างระหว่างข้ออ้างของสโมสรกับความเป็นจริงของ

ตำแหน่งปัจจุบันของพวกเขา สำหรับการพูดคุยของ ทั้งหมด เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่ ได้ลดระดับลงในฤดูกาลที่ผ่านมาจนถึงจุดที่ยากจะถือว่าพวกเขาเป็นหนึ่งใน ‘ชนชั้นสูง’ ของสโมสรฟุตบอลยุโรป

หากพวกเขาไม่เริ่มชนะการแข่งขันเพิ่มเติม อีกครั้ง. และช่องว่างนั้นมักจะถูกมองข้ามอีกครั้งจากการโต้เถียงเรื่องช่วงทดเวลาเจ็บระหว่างเกมกับซาเลร์นิตาน่าความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของ ไม่ควรเป็นผู้ชนะ

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บกับฝ่ายตรงข้ามในระดับปานกลาง ควรจะเป็นความล้มเหลวในการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามในระดับปานกลางยังคงเกิดขึ้นและการเริ่มต้นที่ช้าของฤดูกาลนี้ดูเหมือนจะเป็นความต่อเนื่อง

ของฤดูกาลที่ผ่านมาที่ท่วมท้นมากกว่าการเริ่มต้นของอะไรที่สดใหม่ สำหรับสโมสรที่มีสไตล์ในตัวเองท่ามกลางกลุ่มหัวกะทิของยุโรป นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะทนได้นานกว่านั้นแน่นอน

และอัลเลกรีอาจได้รับการอภัยให้มองข้ามไหล่ของเขาในขณะที่เขาไปทำงานในสัปดาห์นี้

UFABETWIN อำนาจเงินพาไป “แอนโทนี” เซ็ง บุคคลที่ 3 หวังเคลมค่านายหน้าช่วยย้ายมา “แมนยูฯ”

UFABETWIN “เพราะเงินตัวเดียว” แอนโทนี

UFABETWIN สุดเซ็ง หลังเกิดศึกชิงค่านายหน้าก้อนโตที่ช่วยให้เขาย้ายจาก อาแจ็กซ์ มาลุยพรีเมียร์ลีกกับ แมนยูฯ

เดลี่เมล สื่อดังเมืองผู้ดีรายงานว่า ฟอร์ซา สปอร์ตส กรุ๊ป บริษัทเอเย่นต์ฟุตบอลของเนเธอร์แลนด์ เปิดศึกกับ

จูเนียร์ เปโดรโซ เอเย่นต์ส่วนตัวของ แอนโทนี ในการแย่งสิทธิ์รับเงินค่านายหน้าจำนวน 20 ล้านปอนด์ (860 ล้านบาท)

หลังกองหน้าทีมชาติบราซิล ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยค่าตัว 85.5 ล้านปอนด์ (3,676.5 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ฟอร์ซา สปอร์ตส กรุ๊ป ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียโดยอ้างว่า พวกเขามีบทบาทสำคัญในการย้ายทีมของ แอนโทนี

UFABETWIN

ซึ่งถือเป็น 1 ในดีลที่ใหญ่ที่สุดของ

ตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 ขณะที่ จูเนียร์ เปโดรโซ ก็ออกมาโต้แย้งว่า ตัวเขาเองต่างหากที่เป็นผู้ควบคุมการบรรลุข้อตกลงระหว่าง อาแจ็กซ์ กับ แมนยูฯ

ทำให้ แอนโทนี โพสต์ลงสตอรี่ในอินสตาแกรมส่วนตัว โดยตัดพ้อถึงการเข้ามาเป็นบุคคลที่ 3 ของ ฟอร์ซา สปอร์ตส กรุ๊ป

ในการย้ายมา แมนยูฯ ของเขา ทั้งที่ไม่อยู่ในสังกัดของบริษัทนี้ว่า “นี่คงเป็นเรื่องตลกสินะ หลังจากทำงานกันอย่างหนัก

โดยทีมงาน/ครอบครัวของเรา บุคคลที่ไม่รู้จักต้องการมีบทบาทกับการย้ายทีมของผม ผมขอให้คุณลบชื่อ

ผมออกจากโพสต์ของคุณ เนื่องจากคุณไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเจรจาสัญญาของผม หรือการเจรจาเรื่องย้ายทีมระหว่าง 2 สโมสร”

สำหรับ ฟอร์ซา สปอร์ตส กรุ๊ป ทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์ส่วนตัวให้กับนักฟุตบอลหลายรายใน เอเรดิวิซีลีก เนเธอร์แลนด์

เช่น ยูร์เรียน ทิมเบอร์ กองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ของ อาแจ็กซ์ รวมถึง ปาสกาล สเตราค์ กองหลังลีดส์ ยูไนเต็ด

ทีมในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่ไม่ปรากฏชื่อของ แอนโทนี ในบรรดานักเตะที่รับหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ให้ ณ เวลานี้.

“แมนยูฯ” อันดับ 2 “ลิเวอร์พูล” แค่ที่ 5 เปิด 10 ทีมมูลค่าแพงสุด หลังตลาดซัมเมอร์

เปิดผลการจัดอันดับ 10 ทีมฟุตบอลมูลค่าแพงสุดในโลก ซึ่งพรีเมียร์ลีกมีถึง 6 ทีม แต่ แมนยูฯ อยู่แค่อันดับ 2 ส่วน ลิเวอร์พูล ที่ 5

องค์กรวิจัยด้านสถิติเกี่ยวกับฟุตบอล เปิดเผยการจัดอันดับ 10 สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดใน

โลก จาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ประกอบด้วย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, ลา ลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน และ

ลีกเอิง ฝรั่งเศส โดยพิจารณาจากค่าตัวของผู้เล่นชุดล่าสุด หลังปิดตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์เมื่อวันที่ 1 กันยายน

ปรากฏว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำมาเป็นอันดับ 1 เมื่อรวมมูลค่าของผู้เล่นทั้งทีม แม้ว่าจะใช้เงินซื้อนักเตะ 5 UFABETWIN

คนรวมกัน 124.5 ล้านปอนด์ (5,353.5 ล้านบาท) เป็นอันดับ 6 ของพรีเมียร์ลีกในตลาดช่วงซัมเมอร์ก็ตาม ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ซึ่งใช้เงิน 214 ล้านปอนด์ (9,202 ล้านบาท) ได้นักเตะ 6 คน มีมูลค่าเป็นอันดับ 2 ส่วน ลิเวอร์พูล ที่เสริมทัพ 99.2 ล้านปอนด์ (4,265.6 ล้านบาท) ได้นักเตะ 4 คน อยู่อันดับ 5

ทั้งนี้ บาเยิร์น มิวนิก ทีมที่มีมูลค่ามากที่สุดของ บุนเดสลีกา เยอรมัน และ ยูเวนตุส ที่เป็นอันดับ 1 ของ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ไม่ติดใน 10 อันดับแรกของการจัดอันดับหนนี้

UFABETWIN โกรธไหลย้อน “รอย คีน” เผยยังเคือง “อีริคเซน” เหตุทำร่วง “บอลโลก ปี2018”

UFABETWIN รอย คีน อดีตผู้ช่วยโค้ชทีมชาติ

UFABETWIN “เดนมาร์ก” เปิดใจยังเคือง “อีริคเซน” เหตุทำร่วง “บอลโลก ปี2018”

ควันหลงหลังจากเกมที่ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทรฟเฟิร์ด เอาชนะ “ปืนใหญ๋” อาร์เซนอล อันดับ 1 ของลีก ไปแบบ

ขาดลอย 3-1 ในเกมที่ 6 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
หลังจบการแข่งขัน คริสเตียน อีริคเซน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทีมงาน

ของ สกายสปอร์ต ซึ่งมี รอย คีน เป็น 1 ในพิธีกร ก่อนที่พิธีกรคนอื่นจะถามว่า คีนถามอะไร อีริคเซน บ้างไหม ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบกลับว่า

“ผมไม่มีอะไรจะถามเขา เพราะผมยังเคืองเขาในตอนที่เล่นให้ทีมชาติเดนมาร์ก ตอนเจอไอร์แลนด์อยู่”

ก่อนที่แข้งดังรายนี้จะตอบว่า “ผมก็ว่างั้นแหละ คืนนั้นที่ดับลินนี่สุดยอดไปเลย” หลังจากนั้น รอย คีน ก็ตอบกลับว่า “ใช่ ฉันว่านายคงสนุกน่าดู”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบเพลย์ออฟโซนยุโรป ซึ่ง ไอร์แลนด์ เวลานั้นมี

รอย คีน เป็นผู้ช่วยโค้ช เปิดบ้านพ่าย เดนมาร์ก 5-1 โดยมี คริสเตียน อีริคเซน ซัดแฮตทริกพาทีมเข้ารอบสุดท้าย ส่วน ไอร์แลนด์ ของ รอย คีน ตกรอบคัดเลือกไป

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ รอย คีน จั่วหัวถึงความแค้นฝังใจกับ คริสเตียน อีริคเซน ในอดีต และยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน ก่อนจะจบลงด้วยเสียงฮา

หลังจบเกมดังกล่าว เป็นไปตามธรรมเนียมที่ต้องมีการสัมภาษณ์ทางช่อง Sky Sport ซึ่งเป็นช่องหลักที่ในการถ่ายทอดสดจะหานักเตะมาให้

สัมภาษณ์หลังเกมซึ่ง คริสเตียน อีริคเซน สตาร์ดังของ “ปิศาจแดง” คือ 1 ในผู้ถูกเลือก โดยมีจังหวะหนึ่งที่ รอย คีน หนึ่งในนักวิเคราะห์ของเกมนี้ได้เอ่ยปากขึ้นมาว่า ยังมีเรื่องขุ่นเคืองใจกับ อีริคเซน อยู่จวบจนทุกวันนี้

เมื่อฟังอย่างนั้นแล้วทุกคนก็พร้อมใจกันตกใจ แต่ รอย คีน ก็ได้พูดต่อว่า “ผมยังเคืองคุณจริง ๆ นะเว้ย” ก่อนที่

อีริคเซน จะตอบกลับไปว่า “คืนนั้นที่ดับลินนี่สุดยอดไปเลย” ก่อนที่คีนจะตอบกลับไปแบบยิ้มๆ เพียงว่า “ใช่ ผมว่าคุณคงสนุกน่าดู” ก่อนจะหัวเราะเฮฮากันไป

ซึ่งเหตุการณ์ที่ รอย คีน หมายถึงเกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบเพลย์ออฟโซนยุโรป ไอร์แลนด์ ซึ่ง ณ เวลานั้นมี รอย คีน เป็นผู้ช่วยของ มาร์ติน โอนีล เฮดโค้ชของทีม

โดน เดนมาร์ก บุกถล่มถึงบ้าน 1-5 ส่งผลให้อดไปบอลโลกอย่างน่าเสียดายส่วน เดนมาร์ก ตีตั๋วไปต่อในรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย

ต้องบอกว่าผิดคาดจากที่คิดไว้ “ริโอ เฟอร์ดินานด์” ออกมาเผยสิ่งที่ตัวเขาคิดไว้ตอนที่ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” คว้าตัว “คริสเตียน อีริคเซน” แต่ตอนนี้ตรงกันข้าม

ต้องบอกว่าผิดคาดจากที่คิดไว้สำหรับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กูรูลูกหนังชื่อดัง ที่ออกมาเผยสิ่งที่ตัวเขาคิดไว้ตอนที่ “ปิศาจแดง”

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซ็นสัญญาคว้าตัว คริสเตียน อีริคเซน มาร่วมทีมใหม่ๆ แต่ทว่าตอนนี้ทุกอย่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ยอดทีมสีแดงแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ แถลงการณ์ยันยืนคว้าตัว คริสเตียน อีริคเซน มาร่วมทีม เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา

แบบไร้ค่าตัว หลังจากนักเตะหมด

สัญญากับ “ผึ้งพิฆาต” เบรนท์ฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์นี้พอดี โดยนักเตะได้สัญญาจนถึงปี 2025 ท่ามกลาง

ความกังวลเรื่องการที่นักเตะติดเครื่องกระตุ้นหัวใจหลังจากที่วูบไประหว่างลงช่วย ทีมชาติเดนมาร์ก ในศึก ยูโร 2020 ซึ่ง ริโอ เฟอร์ดินานด์

เองก็เป็นกังวลกับเรื่องดังกล่าวก่อนที่ตอนนี้ตัวเขาจะยอมรับว่าคิดผิดเพราะนักเตะทำผลงานได้ร้อนแรงมากๆ

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ระบุว่า “ผมขอชื่นชมเขา (คริสเตียน อีริคเซน) แบบพิเศษที่คว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้หน่อยนะ (ชนะ อาร์เซนอล 3-1)

ผมยอมรับตรงนี้เลยว่าตอนแรกผมเป็นคนที่กังขาเกี่ยวกับดีลนี้ ซึ่งดีลนี้เป็นอีกดีลที่ผมเชื่อว่า เอริก เทน ฮาก เป็นคนตัดสินใจ

แต่ตอนนี้ความกังขานั้นก็แทบจะหมดลงไปกับผลงานของเขาโดยเฉพาะเกมล่าสุด เขาผ่านบอลไป

อย่างยอดเยี่ยม มีอยู่จังหวะนึงเขาหลอกผู้เล่น อาร์เซนอล ได้ 4-5 คน เลยนะ รวมถึงยังมีลูกที่จ่ายให้ บรูโน เฟอร์นันเดส

จนเป็นประตูที่สอง ตลอดจนถวายพานให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำประตูที่ 3 จากสิ่งที่ผมเคยกังขาว่าเขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงหรือไม่ เขาจะได้ลงต่อเนื่องหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้ผมขอชื่นชมเขามากๆ เลย”

UFABETWIN ถอดรหัสจากยอดนักวิ่ง : หาก ภูริพล บุญสอน อยากทำเวลาต่ำกว่า 10 วินาที จะต้องทำอย่างไรบ้าง ?

ในชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ บิว ภูริพล บุญสอน นักวิ่งดาวรุ่งผู้ได้รับการจับตามอง จากการทำลายสถิติวิ่ง 100, 200 เมตร และ 4×100 เมตรของประเทศไทยลง ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น

จากการกดเวลาลงไปได้ถึง 10.19 วินาทีในรายการกีฬาแห่งชาติเมื่อต้นปี 2022 ที่ผ่านมา อนาคตของลมกรดหนุ่มรายนี้ถือว่าค่อนข้างสดใสกับการลุ้นเป็นคนไทยคนแรกที่ทำลาย “กำแพง” 10 วินาทีให้ได้ตามความฝันของเจ้าตัว

แต่การวิ่ง 100 เมตรให้ทำลายกำแพงเวลาข้างต้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนับจนถึงทุกวันนี้มีมนุษย์เพียงแค่ 161 คนเท่านั้นที่วิ่งระยะทางดังกล่าวได้เร็วกว่า 10 วินาที พร้อมได้รับการรับรองสถิติจาก ว่าเวลาของพวกเขานั้นผ่านเกณฑ์ของสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

ขอเชิญทุกท่านมาลองวิเคราะห์และเรียนรู้จากเหล่ายอดมนุษย์กลุ่มดังกล่าวกันว่า หากภูริพลต้องการทำลายสถิติ 10 วินาที การวิ่ง 100 เมตรของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ?

ทุกอย่างเริ่มจากจุดสตาร์ท

ทุกสถิติโลกอันยิ่งใหญ่หรือการวิ่ง ที่สุดแสนน่าเสียดายต่างมีจุดเริ่มต้นเหมือนกัน นั่นคือทุกคนต้องออกตัวจากแท่นสตาร์ทและเร่งความเร็วจาก 0 ไปทำเวลาให้ดีที่สุด

ความน่ากลัวของการออกตัวคือคุณจะไม่สามารถพึ่งพาโชคชะตาในการ “เดา” ว่าเสียงสัญญาณสตาร์ทจะมาตอนไหน เพราะมีการวิจัยว่าปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายมนุษย์จากวินาทีที่เสียงปืนปล่อยตัวดังจนดีดตัวออกจากแท่นสตาร์ท จะไม่มีทางเร็วกว่า 0.1 วินาทีได้ และตัวแผ่นเซนเซอร์ดังกล่าวจะคอยเช็คว่าแรงกดของเท้านักกีฬานั้นเป็นอย่างไร และพยายามออกตัวไปก่อนได้ยินเสียงปืนหรือเปล่า ?

 

อโต โบลดอน ผู้คว้าเหรียญเงินวิ่ง 100 เมตรในโอลิมปิกปี 2000 ระบุว่า “บ่อยครั้งที่ผลแพ้ชนะสามารถตัดสินได้จากการตอบสนองต่อเสียงปล่อยตัวของนักวิ่ง คุณต้องไม่เดาเสียงปืนแต่คุณต้องตอบสนองต่อมัน เพราะถ้าคุณเดาพลาดคุณก็ต้องออกจากการแข่งขันไปเลย”

ทำตามสัญชาตญาณ

10 เมตรแรกถือเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสำคัญ และจะสามารถจำแนกนักวิ่งผู้มากประสบการณ์ออกจากมือใหม่ได้อย่างชัดเจน

“คุณต้องเชื่อมั่นในสัญชาตญาณ เหมือนกับการกระพริบตาและหายใจ ห้ามคิดว่าแขนแกว่งกว้างหรือแคบเกินไปไหมอีกเด็ดขาด” คือคำแนะนำของ จัสติน แกตลิน เจ้าของเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรในโอลิมปิกปี 2004 และผู้ทำเวลาวิ่งได้เร็วสุดเป็นอันดับห้าของโลก ด้วยเวลา 9.74 วินาที

นอกจากนี้คุณอาจสังเกตได้ว่าในช่วงเวลา 20-30 เมตรแรกของการแข่งขัน นักวิ่งหลายคนจะยังคงอยู่ในท่าแบบพุ่งตัวไปข้างหน้าแทนที่จะดีดตัวขึ้นมาวิ่งหน้าตั้งในทันที โดยเรื่องนี้โบลดอนได้อธิบายสาเหตุไว้ว่า “เวลาคุณผลักอะไรหนัก ๆ คุณไม่ได้ดันมันด้วยการยืนตรง แต่คุณจะทำร่างกายให้ทำมุมกับพื้นเพื่อพยายามเอาชนะแรงเฉื่อยและแรงโน้มถ่วงในช่วงแรกของการแข่งขัน”

 

“คุณต้องผ่อนคลายส่วนหัวของคุณ พยายามทำตัวให้ต่ำเหมือนคุณกำลังผลักอะไรไว้ในช่วง 10-15 ก้าวแรก นี่จะช่วยให้คุณผ่านช่วง 20-25 เมตรแรกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและทรงพลัง แล้วจึงค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งท่าตรง” ซึ่งนี่คือช่วงระยะทรานซิชั่นที่นักวิ่งจะเปลี่ยนผ่านจากการใช้แรงส่งในตอนออกตัวมาสู่การสับขาเข้าช่วงกดความเร็วสูงสุดของตัวเองต่อ

 

UFABETWIN

 

อย่าวอกแวก

ในช่วง 30 เมตรเป็นต้นไป นักวิ่งจะสับขาในตำแหน่งตัวตรงเป็นที่เรียบร้อย ไหล่ตกพร้อมแกว่งแขนเพื่อรักษาโมเมนตัม และลดการเคลื่อนไหวบิดไปมาของลำตัวให้น้อยลง เพื่อไม่ให้สูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น พร้อมกับนำเทคนิคที่นักวิ่งแต่ละคนได้รับการฝึกมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ

แต่สิ่งหนึ่งที่นักวิ่งห้ามทำเด็ดขาดในช่วงนี้คือการชำเลืองมองซ้ายขวาเพื่อเช็คว่าเขาอยู่ตำแหน่งไหนหรือมีใครตามมาใกล้แค่ไหน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ อโต โบลดอน เรียนรู้มาอย่างเจ็บปวดหลังจากหันไปเช็คตำแหน่งของ แฟรงกี้ เฟรเดอริกส์ ในโอลิมปิกปี 1996 จนเสียตำแหน่งให้กับนักวิ่งชาวนามิเบียไป และจบการแข่งขันด้วยการคว้าได้เพียงเหรียญทองแดง

 

“ผมมั่นใจว่าหลายคนทำได้ (ที่จะไม่วอกแวก) แต่ผมต้องอยู่กับความผิดพลาดดังกล่าวไปตลอดชีวิตว่านี่คือสิ่งที่ทำให้ผมพลาดเหรียญเงินอีกสมัยในโอลิมปิกไป” นี่คือความรู้สึกของนักวิ่งชาวตรินิแดดและโตเบโก ผู้เข้าเส้นชัยตามหลัง เฟรเดอริกส์ ไปแค่ 0.01 วินาทีเท่านั้น

อย่างไรก็ตามความเห็นของ แกตลิน กลับมองว่าในช่วงครึ่งทางของการแข่งขันนั้นเป็นเหมือน “การขับรถ” เพราะว่า “คุณรู้แล้วว่าคุณกำลังทำอะไร แต่แค่คุณเช็คกระจกหลังเหมือนตรวจสอบว่าคุณต้องทำอะไรอีกไหมเพื่อไปให้ถึงจุดสิ้นสุดของการแข่งขันให้ได้”

คุณไม่ได้เร็วขึ้นแล้ว

นักวิ่งส่วนมากจะทำความเร็วแตะจุดพีกของตัวเองระหว่างระยะทาง 35-65 เมตร ก่อนจะเริ่มทำความเร็วได้ลดลงจากความล้าของกล้ามเนื้อในร่างกาย ที่ยังคงมีการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แน่ชัดอยู่ในปัจจุบัน

 

ความน่าสนใจคือถ้านักวิ่งต้องหันหน้าเข้าหาแสงแดด การใส่แว่นกันแดดสามารถเป็นตัวช่วยได้ด้วยเช่นกัน เพราะการต้องหรี่ตาเพื่อลดแสงที่ส่องเข้ามาในนัยน์ตานั้นอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้นักวิ่งทำเวลาได้ช้าลงจากการต้องขยับกล้ามเนื้อและใช้พลังงานเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น

 

แม้แต่สถิติโลกของ ยูเซน โบลต์ ที่ทำไว้ได้ 9.58 วินาทียังมีช่วงที่เจ้าตัวชะลอความเร็วลงในระยะ 30 เมตรสุดท้าย หลังจากทำความเร็วสูงสุดถึง 44.72 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตอนผ่านระยะทาง 65 เมตรไป

โบลดอนระบุว่า “ทุกคนต่างทำความเร็วได้ช้าลงในช่วง 35-40 เมตรสุดท้าย หากคุณเห็นใครที่ดูเหมือนวิ่งฉีกจากนักวิ่งคนอื่นไปได้ นั่นแปลว่าเขามีความเร็วลดลงช้ากว่าคนอื่น ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครตราบใดที่ยังเป็นมนุษย์เดินดิน ยังไงเขาก็ต้องชะลอความเร็วลงในช่วง ⅓ สุดท้ายของการวิ่ง 100 เมตร”

อย่าโลภเกินไป

ที่ระยะ 20 เมตรสุดท้ายของการแข่งขันที่คุณอยู่ห่างจากเส้นชัยไปไม่เกิน 3 วินาที อาจฟังดูเป็นช่วงเวลาอันแสนสั้นแต่ก็ยังล้นเหลือเกินพอสำหรับให้นักวิ่งก่อข้อผิดพลาดขึ้นมาได้อย่างไม่น่าให้อภัย

 

UFABETWIN

 

จัสติน แกตลิน เรียนรู้บทเรียนนี้มาอย่างเจ็บปวด เมื่อเจ้าตัวพยายามเร่งความเร็วของตัวเองในช่วง 10 เมตรสุดท้ายของสนามด้วยความหวังว่าจะฉีกหนี ยูเซน โบลต์ ให้ได้ จนเจ้าตัวเกิดเสียสมาธิและมีอาการเซผิดจังหวะไปจากที่ควรจะเป็น ก่อนจบลงด้วยการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง ตามหลังโบลต์ไปแค่ 0.01 วินาที ในกรีฑาชิงแชมป์โลก ปี 2015

 

“คุณต้องอย่าโลภ เพราะตามทฤษฎีแล้วมันไม่มีใครวิ่งได้เร็วขึ้นหลังวิ่งผ่านไป 70 เมตร คุณแค่ต้องมั่นใจว่ายังวิ่งต่อไปตามเทคนิคและรูปแบบของตัวเอง เมื่อคุณอยู่ในจุดนั้นแล้วอย่าพยายามเอื้อมหาอะไรที่มากเกินไป เพราะเมื่อไหร่ที่คุณพยายามฝืนตัวเอง ข้อผิดพลาดจะเกิดขึ้นมา” แกตลิน ระลึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองทำพลาดไป

“นี่คือสิ่งที่ยากที่สุดในการวิ่ง 100 เมตร นั่นคือการที่ต้องทำให้ตัวเองผ่อนคลายและปล่อยให้เส้นชัยเข้ามาหาคุณ”

กะจังหวะเข้าเส้นชัยให้ดี

ลำตัว คือส่วนที่ถูกนำมาใช้ตัดสินว่านักวิ่งเข้าเส้นชัยในวินาทีที่เท่าไหร่ จึงทำให้นักวิ่งทั้งหลายต่างพยายามยื่นลำตัวโดยเฉพาะส่วนหน้าอกตัวเองให้เข้าเส้นชัยก่อนเป็นส่วนแรก

 

ทั้งนี้โบลดอนระบุว่านักวิ่งส่วนมากมักจะกะจังหวะในการยื่นตัวผิดพลาด “บางคนอาจยื่นลำตัวเร็วเกินไปราว 1-2 เมตร ซึ่งถ้าคุณยื่นลำตัวเร็วเกินไปมันจะชะลอความเร็วตัวเองลงและอาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี”

เขาแนะนำว่านักวิ่งควรยื่นตัวในจังหวะที่เข้าเส้นชัยเพื่อให้สามารถสับขาเข้าเส้นชัยได้เต็มสปีด แล้วค่อยนำส่วนลำตัวมาลดทอนเวลาหลักเสี้ยววินาทีลงไปอีกทีหนึ่ง

ยังมีเวลาเหลือเฟือ

สำหรับ ภูริพล บุญสอน เส้นทางในอาชีพนักวิ่งของเขายังคงสดใสอยู่ เพราะการทำสถิติ 10.19 วินาทีได้ด้วยอายุเพียง 16 ปี แปลว่าเจ้าตัวอยู่ห่างจากสถิติโลกของนักวิ่งอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ทำไว้ได้ 10.15 วินาที อยู่แค่ 0.04 วินาทีเท่านั้น แถมมีลมช่วยที่น้อยกว่าถึง 1.1 เมตร/วินาทีด้วยกัน

 

โบลต์ ทำสถิติโลกครั้งแรกได้เมื่อมีอายุ 22 ปี และทำเวลาได้พีกสุดตอนอายุ 24 ปี เช่นกันกับนักวิ่งที่เร็วสุดเป็นอันดับสองอย่าง โยฮัน เบลค ผู้ทำเวลา 9.69 วินาทีได้ตอนอายุ 23 ปี กับ ไทสัน เกย์ ที่ทำเวลาได้เท่ากันด้วยวัย 27 ปี แปลว่าเวลาที่เราเห็นจาก บิว นั้นยังไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดจากประสิทธิภาพร่างกายของเขา

การพัฒนากล้ามเนื้อและทักษะต่าง ๆ ที่ได้รับการดูแลจากผู้ฝึกสอน ซึ่งมีการใช้เทคนิคและหลักวิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนาร่างกายลมกรดหนุ่มอนาคตไกลรายนี้ บิว ผู้มีส่วนสูง 183 เซนติเมตรอันเป็นระยะที่ค่อนข้างได้เปรียบในเชิงสรีรศาสตร์ (เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประชากรไทย) ที่อาจทำให้ในสักวันหนึ่งเราอาจได้เห็นสถิติเวลาบนสกอร์บอร์ดจับเวลาลดลงมาอยู่ในเกณฑ์เลข 9 จริง ๆ ก็เป็นได้

 

หรือหากมองไปไกลกว่านั้น สถิติโลกของ โบลต์ ก็ไม่ได้เป็นขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์เสียเลยทีเดียว เพราะเมื่อวิเคราะห์จากปัจจัยทุกอย่างแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งมนุษย์จะสามารถวิ่ง 100 เมตรด้วยระยะเวลา 9.27 วินาทีได้ในขอบเขตที่ รับรองให้เป็นสถิติโลกใหม่ได้อยู่

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างที่คำแนะนำของนักวิ่งระดับโลกในข้างต้นได้เปิดเผยไว้ ว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการวิ่ง 100 เมตรคือการ “ปล่อยให้เส้นชัยมาหาคุณ” โดยไม่ต้องฝืนร่างกายตัวเองเพื่อไขว่คว้ามากจนเกินไป

UFABETWIN